วันที่ 24 มิถุนายน 2569 เวลา 09.30 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานเปิดงานความปลอดภัยและอาชีวอนามัยแห่งชาติ ครั้งที่ 38 ซึ่งจัดขึ้นโดยกระทรวงแรงงาน โดยสถาบันส่งเสริมความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน (องค์การมหาชน) หรือ สสปท. ภายใต้แนวคิด “SYNERGY FOR SUSTAINABLE SAFETY CULTURE : ร่วมสร้างวัฒนธรรมความปลอดภัยที่ยั่งยืน” ณ ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุม อิมแพ็ค เมืองทองธานี
โดยนายกรัฐมนตรีย้ำว่า ความปลอดภัยในการทำงานไม่ใช่เรื่องของแรงงานกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง แต่เป็นรากฐานสำคัญในการพัฒนาและขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยอย่างยั่งยืน ทั้งนี้ โลกการทำงานในปัจจุบันกำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ทั้งเทคโนโลยีใหม่ รูปแบบการจ้างงานที่หลากหลาย และความเสี่ยงรูปแบบใหม่ๆ เช่น อุบัติเหตุจากเครื่องจักรซับซ้อน งานขนส่ง (Logistics) ที่ต้องแข่งกับเวลา รวมถึงปัญหาสุขภาพจากสภาพแวดล้อม ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อชีวิต ครอบครัว และประสิทธิภาพทางเศรษฐกิจของประเทศ เพราะแรงงานที่ปลอดภัย คือพลังขับเคลื่อนเศรษฐกิจที่มั่นคง
หากประเทศไทยสามารถลดอุบัติเหตุและความสูญเสียจากการทำงานได้ จะเป็นการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน สร้างความเชื่อมั่นให้นักลงทุน และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนได้อย่างแท้จริง รัฐบาลจึงมุ่งมั่นสร้าง “วัฒนธรรมความปลอดภัย” ให้กลายเป็น “วิถีชีวิต” ของคนไทย ไม่ใช่แค่การทำตามกฎหมาย พร้อมเรียกร้องให้ทุกภาคส่วนพลิกแนวคิดจากเดิมที่ “รอแก้ไขเมื่อเกิดเหตุ” ไปสู่ “การป้องกันก่อนเกิดเหตุ” โดยนำองค์ความรู้ เทคโนโลยี และนวัตกรรมมาใช้บริหารจัดการความเสี่ยง
นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ได้เน้นย้ำความพร้อมของกระทรวงแรงงานในการขานรับนโยบายรัฐบาล เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของพี่น้องผู้ใช้แรงงานว่า กระทรวงแรงงานมุ่งมั่นขับเคลื่อนมาตรการเชิงรุกเพื่อลดสถิติการประสบอันตรายจากการทำงานให้เป็นศูนย์ (Zero Accident) ผ่านการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง ควบคู่ไปกับการส่งเสริมให้สถานประกอบการทั่วประเทศนำเทคโนโลยีและมาตรฐานสากลมาใช้ เพราะ "ความปลอดภัยของแรงงาน" คือหัวใจสำคัญที่ไม่สามารถมองข้ามได้ และกระทรวงแรงงานจะเดินหน้าดูแลพี่น้องแรงงานทุกภาคส่วน ทั้งในระบบและนอกระบบ ให้มีสภาพแวดล้อมในการทำงานที่ปลอดภัยและถูกสุขลักษณะอย่างเท่าเทียมกัน
สำหรับงานความปลอดภัยและอาชีวอนามัยแห่งชาติ ครั้งที่ 38 ในครั้งนี้ นายกรัฐมนตรีชี้ว่าไม่ใช่เพียงเวทีแสดงผลงานหรือมอบรางวัล แต่เป็นพื้นที่แห่งการเรียนรู้ แลกเปลี่ยน และสร้างเครือข่ายเพื่อยกระดับมาตรฐานเซฟตี้ของไทยให้ทัดเทียมนานาชาติ พร้อมกล่าวชื่นชมกระทรวงแรงงาน สสปท. และภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วน ที่ร่วมมือกันเปลี่ยนสถานประกอบกิจการให้เป็นสถานที่ทำงานที่ “ปลอดภัย มีคุณภาพ และยั่งยืน” เพื่อเป็นพลังสำคัญในการสร้างสังคมที่ปลอดภัยและเศรษฐกิจที่เติบโตอย่างมั่นคงต่อไป
















No comments:
Post a Comment