นายวัฒนา ศักดิ์ชูวงศ์ ผู้อำนวยการองค์การสวนพฤกษศาสตร์ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ เปิดเผยว่า ในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ของทุกปี เป็นช่วงฤดูกาลของ “ดอกสร้อยสยาม”ชงโคสยาม หรือ เสี้ยวแดง เป็นไม้เลื้อยเนื้อแข็งในสกุลชงโค โดยมีชื่อเต็มว่า ดอกสร้อยสยามพรรณ ถือเป็นพรรณไม้ที่มีเพียงมีหนึ่งเดียวในโลก คือ ที่สวนพฤกษศาสตร์บ้านร่มเกล้า อ.ชาติตระการ จ.พิษณุโลก แต่ต่อมา สวนพฤกษศาสตร์ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ ได้นำพันธุ์มาปลูกที่เขียงใหม่ ทำให้สามารถชมความงามของดอกไม้ชนิดนี้ได้ทั้งที่เชียงใหม่และพิษณุโลก
นายวัฒนา กล่าวว่า สร้อยสยาม มีลักษณะทางพฤกษศาสตร์ เป็นไม้เลื้อย เนื้อแข็ง สามารถเลื้อยได้ไกลกว่า 5-8 เมตร กิ่งอ่อนมีขนสีน้ำตาลแดง หูใบรูปทรงกลมถึงรูปไข่กลับ ใบเป็นรูปไข่ ปลายใบแยกเป็น 2 แฉกลึกคล้ายใบต้นชงโคทั่วไป ดอกเป็นดอกช่อ ดอกย่อยสีชมพู ออกดอกช่วงหน้าหนาว นิยมนำมาปลูกเป็นไม้ประดับเลื้อยแต่งรั้วหรือซุ้ม พบครั้งแรกในประเทศไทย เมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2544 ในเขตเทือกเขาของจังหวัดพิษณุโลก
“ตั้งแต่เดือนก.พ.-เม.ย. เป็นช่วงฤดูกาลออกดอกของดอกสร้อยสยาม ซึ่งปัจจุบันมีนักท่องเที่ยวพากันมาชมความงามของดอกไม้ชนิดนี้และซุ้มดอกที่งดงาม โดยเฉพาะที่สวนพฤกษศาสตร์ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ เชียงใหม่ ซุ้มสร้อยสยาม ซึ่งห้อยระย้า ได้กลายเป็นไฮไลท์และจุดถ่ายภาพของนักท่องเที่ยว โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวชาวจีน เกาหลี และญี่ปุ่น และเมื่อนำไปโพสต์ในโซเชียลมีเดียในประเทศของตนเองก็กลายเป็นที่สนใจที่มีนักท่องเที่ยวติดตามมาเที่ยวเป็นจำนวนมาก” ผอ.องค์การสวนพฤกษศาสตร์ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ บอก พร้อมกับเชิญชวนนักท่องเที่ยวให้ไปเที่ยวชมความงามของดอกสร้อยสยามในช่วงตรุษจีนและวาเลนไทน์นี้ จะได้ถ่ายภาพสวยๆกับดอกไม้สีแดงอมชมพูเพื่อเป็นสัญลักษณ์ของเทศกาลแห่งความสุขด้วย















No comments:
Post a Comment